ร้านรักลูก

Your Shopping Cart




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

You are here: Home บทความ
บทความ
ลูกก้าวร้าว รับมืออย่างไร PDF พิมพ์ อีเมล

Yell ลูกก้าวร้าว รับมืออย่างไร (ไทยรัฐ)

          พฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก ปัจจุบันเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยซึ่งบางครั้งไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นปัญหาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และมุมมองที่แตกต่างกัน ในบางครั้งพฤติกรรมก้าวร้าวก็มีประโยชน์เพื่อช่วยปกป้องเด็กจากสถานการณ์ที่คุกคามหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้

          พฤติกรรมก้าวร้าว เป็นได้ทั้งที่กระทำโดยการใช้กำลังทำลายข้าวของ ทำร้ายผู้อื่น หรือการกระทำโดยวาจา ด่าว่าหยาบคาย เสียดสี กระทบกระเทียบ ทำร้ายจิตใจความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลต่อความรู้สึก ความสัมพันธ์กับผู้อื่นทั้งสิ้น

          โดยทั่วไปพฤติกรรมก้าวร้าว จะถือว่าเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นบ่อย และมีความรุนแรง กระทบต่อการดำเนินชีวิตของเด็ก ต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในครอบครัว เพื่อนหรือครู ซึ่งปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวนี้ หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไขที่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นอุปนิสัยติดตัวจนถึงวัยผู้ใหญ่ กลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร นอกจากนี้ถ้าหากจะต้องเป็นพ่อแม่คนและใช้พฤติกรรมก้าวร้าวในการแก้ปัญหาก็จะกลายเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นลูกดำเนินตาม สร้างปัญหาให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไปไม่จบสิ้น

          สาเหตุของปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก ขึ้นกับปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ ปัจจัยทางชีวภาพ จิตใจ และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ โครงสร้างทางสมอง และระดับของสารเคมีที่ทำหน้าที่นำสัญญาณประสาทในสมอง ซึ่งจะมีผลต่อพื้นอารมณ์ของเด็กแต่ละคนทำให้เป็นคนใจร้อนหรือใจเย็น ส่วนปัจจัยทางด้านจิตใจ ได้แก่ ลักษณะบุคลิกภาพของเด็กที่เกิดจากการเลี้ยงดู ทำให้เกิดมีความมั่นคงทางด้านอารมณ์สูงหรือต่ำ มีความอดทนรอคอยได้มากหรือน้อย หรือเด็กที่ถูกเลี้ยงดูโดยการตามใจเอาแต่ใจตัวเองมักมีปัญหาในด้านนี้ ส่วนปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ตัวอย่างพฤติกรรมก้าวร้าวในครอบครัว ตัวอย่างพฤติกรรมก้าวร้าวผ่านทางสื่อ อาทิเช่น ทีวี วิดีโอเกมส์ หรือภาพยนตร์  นอกจากนี้พฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กบางรายยังอาจเกิดจากปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ อาทิเช่น เด็กที่มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ก็จะมีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าวได้ง่าย เด็กสมาธิสั้นจะมีปัญหาการควบคุมอารมณ์ จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป เป็นต้น

          การให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ การป้องกันก่อนเกิดปัญหา และการรับมือขณะเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว การป้องกันก่อนเกิดปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ พ่อแม่ต้องทำให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง ในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ไม่ใช้ความรุนแรงและใช้วิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ การพูดจาที่ดี ท่าทีที่ดี เพราะถ้าหากพ่อแม่ทำไม่ได้ ก็เป็นไปได้ยากที่จะสอนลูกได้สำเร็จ

          นอกจากพ่อแม่จะทำได้แล้ว ก็ยังต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงฝึกให้เด็กรู้ว่าคนเรามีความรู้สึกไม่พอใจได้ แต่ต้องแสดงออกให้เหมาะสม สอนให้เด็กรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักสิทธิ์ของตนเองและเคารพสิทธิ์ผู้อื่น มีทักษะในการควบคุมอารมณ์ตนเอง การสื่อสารด้วยคำพูดถึงอารมณ์ ความรู้สึกไม่พอใจของตนเองออกมา การชะลออารมณ์โกรธ เช่น นับ 1 ถึง 10  การฝึกผ่อนลมหายใจ การให้อภัยไม่ถือโกรธ เป็นต้น รวมทั้งการชมเด็กเมื่อเด็กสามารถควบคุมตนเองและแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม นอกจากนี้ พ่อแม่ควรจะต้องดูแลสื่อที่เด็กได้รับ อาทิเช่น ทีวี ภาพยนตร์ เกมส์ ควรหลีกเลี่ยงประเภทที่มีเนื้อหาเป็นความก้าวร้าวรุนแรง สำหรับการป้องกันปัญหาที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การทำให้บรรยากาศในบ้านอบอุ่น มีความใกล้ชิดกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว เด็กจะมีความอบอุ่นใจ มีความมั่นคงทางจิตใจ การควบคุมอารมณ์ก็จะทำได้ดีขึ้นด้วย

          สำหรับการช่วยเหลือขณะเด็กเกิดปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

           1. สื่อให้เด็กรู้ว่า ผู้ใหญ่ยอมรับอารมณ์ความรู้สึกของเค้า แต่ไม่ยอมรับพฤติกรรมก้าวร้าว และแนะให้เด็กแสดงออกทางอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น แม่พูดว่า “แม่รู้ว่าหนูโกรธ แต่หนูจะใช้วิธีทำลายข้าวของแบบนี้ไม่ได้ ถ้าหนูโมโหมาก ต้องไประบายอารมณ์ทางอื่นแทน หนูจะขว้างปาหมอน หรือทุบตีตุ๊กตาก็ได้”

           2. ถ้าเห็นว่าการกระทำของเด็กรุนแรง มีการทำลายข้าวของ เสียหายหรืออาจเกิดอันตราย ผู้ใหญ่อาจจำเป็นต้องเข้าจัดการทันที โดยการจับเด็กไว้ หรือกอดไว้เพื่อระงับเหตุ

           3. ผู้ใหญ่ต้องรับฟังเด็ก ให้โอกาสเด็กอธิบายเล่าเหตุการณ์โดยไม่ด่วนสรุปว่าเขาผิด บางครั้งเด็กต้องการเพียงการรับฟังจากผู้ใหญ่บ้าง

           4. เมื่อเด็กสงบ ควรชี้แจงเหตุผลให้เด็กเข้าใจถึงสาเหตุที่ไม่ควรทำ ด้วยคำอธิบายที่กะทัดรัดชัดเจน

           5. หลีกเลี่ยงคำพูด คำตำหนิ ที่ทำให้เกิดปมด้อย ถ้อยคำเช่น ว่าเด็กนิสัยไม่ดี เด็กดื้อ เด็กเกเร เด็กก้าวร้าว อันธพาล ถ้าจะตำหนิก็ตำหนิที่การกระทำ เช่น “แม่ไม่ชอบที่หนูเอาไม้ไปขว้างคุณปู่แบบนี้”

           6. ให้เด็กรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองกระทำลงไป เช่น เก็บกวาดข้าวของที่เสียหายจากการอาละวาด ขอโทษผู้ใหญ่ งดค่าขนม งดดูทีวีหรือเล่นเกมส์ เป็นต้น

          การแก้ไขปรับพฤติกรรมเด็กเป็นงานยาก ต้องใช้ความอดทนพยายามและความสม่ำเสมอ แต่ถ้าทำได้สำเร็จก็ถือว่าคุ้มค่าเหนื่อย เพราะเราจะได้คนที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมไทยที่ต้องการความสงบและความสมานฉันท์เช่นในยุคสมัยนี้

นำข้อมูลมาจาก www.kapook.com

 
เคล็ดลับลูกหลับยาวตลอดคืน PDF พิมพ์ อีเมล

Wink เคล็ดลับลูกหลับยาวตลอดคืน (จากนิตยสารรักลูก)

          ทำให้เป็นกิจวัตรค่ะ ถ้าตอนเช้าลูกตื่นสายกว่าปกติ ทำให้เวลานอนตอนกลางคืนของลูกช้าออกไปกว่าเดิม เพราะฉะนั้น ปลุกอย่างนุ่มนวลให้เป็นเวลาเดียวกันทุกเช้า ถึงเวลาที่ควรนอนลูกจะได้ง่วงและหลับสนิทค่ะ

          เลือกที่ที่สะอาด มีแสงสลัว เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกหลับได้ง่ายขึ้นมากกว่าที่มืดสนิท เพราะถ้ามือสนิทลูกอาจจะลืมตากว้างขึ้น เพราะความมืด

          การอุ้มลูกจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็น หากอุ้มลูกเดินเล่น กล่อมเบาๆ ลูกจะสามารถหลับได้ง่ายขึ้น

          เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยให้ลูกหลับได้ดีขึ้น และสามารถเว้นระยะการให้นมกับลูกได้ดีกว่าด้วย

          อย่าทำกิจกรรมอะไรที่กระตุ้นลูกก่อนเวลานอน เช่น การอาบน้ำ เพราะอาจทำให้ลูกตื่นตัวจนเกินไปค่ะ เลยไม่ยอมนอน

          ไม่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมในตอนกลางคืน เพราะลูกอาจรู้สึกตัวและตื่นได้

          ถ้าลูกตื่นขึ้นมาด้วยความหิว การให้นมในห้องที่มืดหน่อย จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่านี่คือเวลานอน ที่ควรจะนอนมากกว่ากิน

นำข้อมูลมาจาก www.kapook.com

 
กรนอันตราย PDF พิมพ์ อีเมล

Embarassed กรนอันตราย (จากนิตยสารรักลูก)

          หากเจ้าตัวเล็กนอนกรนคร่อกฟี้แล้วหลับสงบยังไม่ถือว่าอันตรายค่ะ แต่ถ้ากรนพร้อมกับอาการกระสับการส่าย นอนอ้าปากหายใจ พลิกตัวบ่อย ปัสสาวะรดที่นอน หรือมีท่านอนแปลก ฯลฯ แบบนี้นิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว

          นอนกรน มีสาเหตุมาจากอะไร

          อาการนอนกรนเกิดได้หลายสาเหตุค่ะ เช่น ต่อมทอนซิล หรือต่อมอะดีนอยด์โต ภูมิแพ้ โรคอ้วน ซึ่งสาเหตุจะแตกต่างไปตามอายุค่ะ

          ซึ่งการนอนกรนในเด็กทารกอาจจะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครงกะโหลกศีรษะและกระดูกหน้าแคบ โดยจะมีอาการตั้งแต่แรกเกิด

          ถ้าพบในเด็ก 2-6 ปี มักเกิดจากสาเหตุต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต และเกิดจากโรคภูมิแพ้

          ถ้าพบในเด็กอายุมากกว่านี้มักเกิดจากโรคอ้วนค่ะ

          นอนกรน สัญญาเตือนผิดปกติ

          ถ้าเด็กมีอาการกรน แต่นอนหลับสนิทไม่ถือว่าเป็นอันตราย

          แต่ถ้าพบว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการนอนกระสับกระส่าย นอนอ้าปากหายใจ พลิกตัวบ่อย ปัสสาวะรดที่นอน หรือมีท่านอนแปลก ๆ เช่น นอนแหงนศีรษะไปด้านหลัง กรนแล้วเสียงหายไป หน้าอกไม่ขยับเหมือนจะหยุดหายใจหรือหน้าอกยุบ แต่ท้องป่อง กรนร่วมกับอาการปากเขียวถือว่าผิดปกติค่ะ

          ซึ่งในเด็กกับผู้ใหญ่ลักษณะจะเหมือนกันค่ะ แต่อาการที่ต่างกันคือในเด็กจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว สมาธิสั้น ผลการเรียนตกต่ำและซนมากกว่าปกติ โดยที่พ่อแม่ไม่ได้สังเกตว่าตอนกลางคืนลูกมีอาการนอนกรนหรือไม่

          นอนกรน ส่งผลเสียอะไรบ้าง

          ระบบทางเดินหายใจ ถ้าสาเหตุการนอนกรนเกิดจากต่อมอะดีนอยด์โตจะทำให้มีการติดเชื้อได้บ่อยขึ้น เพราะต่อมอะดีนอยด์ที่ใหญ่ขึ้นนั้น ส่งผลให้การระบายของสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูกเป็นไปได้ไม่ดี เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้บ่อยๆ เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นในอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือหากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจมากๆ จนมีอาการขาดออกซิเจนเรื้อรัง จะมีความดันปอดสูงขึ้น ทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตได้ค่ะ

          ระบบประสาทหรือพฤติกรรม เช่น พัฒนาการช้า หรือมีปัญหาด้านการเรียน สมาธิสั้น มีอารมณ์หงุดหงิด พฤติกรรมก้าวร้าว ล้วนมาจากการขาดออกซิเจน ซึ่งมีเซลล์ประสาทบางส่วนถูกทำลาย ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กค่ะ

          ด้านการเจริญเติบโต เด็กที่นอนกรน และมีปัญหาขาดออกซิเจนเรื้อรัง จะทำให้เจริญเติบโตช้ากว่าปกติ เพราะเด็กต้องออกแรงหายใจมากกว่าปกติ จนทำให้เด็กตัวเล็กและน้ำหนักน้อยค่ะ

          ด้านการเผาผลาญพลังงาน โดยเฉพาะหากมีภาวะอ้วนร่วมด้วย จะมีโอกาสเกิดเบาหวานและไขมันในเลือดสูง

          4 ระดับนอนกรน

          ระดับที่ 1

          เกิดจากต่อมอะดีนอยด์หรือต่อมทอนซิลโต ทำให้เกิดแรงด้านทานทางเดนิหายใจเยอะขึ้น โดยที่เด็กจะมีเสียงกรนอย่างเดียว ระบบต่างๆ ในร่างไม่ผิดปกติ ไม่ตื่นบ่อยๆ ไม่นอนกระสับกระส่ายตอนกลางคืน

          ระดับที่ 2

          มีการอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น เด็กจึงมีการนอนกระสับกระส่ายร่วมด้วย

          ระดับที่ 3

          มีแรงต้านในทางเดินหายใจมาก ร่วมกับการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนแค่บางส่วนเด็กกลุ่มนี้อาจจะมีอาการคั่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกับก๊าซออกซิเจนในเลือดและมีอาการตื่นผวาหรือน้ำหนักไม่ขึ้น

          ระดับที่ 4

          มีการเพิ่มขึ้นของแรงต้านทานทางเดินหายใจ ร่วมกับการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนทั้งหมด จะเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ขณะนอนหลับ ทำให้เกิดการลดลงของออกซิเจนและเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในกรแสเลือด ถือเป็นระดับที่รุนแรงมากที่สุดค่ะ

           วินิจฉัยอาการนอนกรน

          1.    เอกซเรย์ดูต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลว่ามีขนาดปกติหรือไม่

          2.    การตรวจการนอน เด็กต้องมานอนที่โรงพยาบาล 1 คืน คุณหมอจะติดเครื่องวัดคลื่นสมอง ติดเครื่องวัดการเคลื่อนไหวของดวงตา เครื่องวัดลมที่ออกจากจมูกกับปาก เครื่องวัดการขยับของทรวงอก เครื่องวัดการขยับของทรวงอก เครื่องวัดคลื่นหัวใจ เครื่องวัดระดับออกซิเจน ซึ่งวิธีวินิจฉัยอาการลักษณะนี้ จะมีค่าใช้จ่ายสูง สำหรับในโรงพยาบาลของรัฐบาลจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท

          3.    การตรวจวัดออกซิเจน เด็กต้องมานอนโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อวัดค่าออกซิเจน เด็กที่มีอาการรุนแรงจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง ก๊าซออกซิเจนต่ำ

          4.    การถ่ายวิดีโอ ซึ่งวิธีนี้พ่อแม่สามารถทำได้เองที่บ้าน และถ่ายวิดีโอตอนลูกนอนกรนว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร

          โดยถ่ายระยะใกล้บริเวณหน้าอก และสังเกตการขึ้นลงของหน้าอก บริเวณหน้าและริมฝีปาก (ดูว่าปากเขียวหรือไม่) และนำวิดีโอนี้ไปให้คุณหมอดูเพื่อประกอบการวินิจฉัยค่ะ

          นอนกรน รักษาได้อย่างไร

          ในรายที่อาการไม่รุนแรงสามารถรักษาด้วยยาโดย...

          ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ ทำให้ต่อมอะดีนอยด์มีขนาดลดลง เพราะถ้าโตมากจะติดเชื้อได้ง่าย

          ให้ยาพ่นจมูก เพื่อลดขนาดของต่อมอะดีนอยด์ และรักษาภาวะภูมิแพ้ทางจมูก

          ให้ยาลดอาการบวมในจมูก จะใช้ในคนไข้ที่เป็นภูมิแพ้ทางจมูกเช่นกัน ส่วนในคนไข้ที่มีอาการรุนแรง หรือมีความผิดปกติของใบหน้าสามารถรักษาด้วยการผ่าตัด

          ผ่าตัดต่อมทอนซิลกับต่อมอะดีนอยด์ เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งสะดวก วิธีนี้นิยมใช้ในเด็ก

          ผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกโครงหน้า จะทำในคนไข้ที่มีความผิดปกติของโครงกะโหลกศีรษะและกระดูกหน้าแคบ เพื่อขยายขนาดของกะโหลก ให้หายใจโล่งขึ้น

          การเจาะคอ จะทำในรายที่มีอาการรุนแรง เพราะการเจาะคอจะทำเพื่อเบี่ยงให้อากาศที่หายใจ เข้าทางคอ ซึ่งวิธีนี้จะทำเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่ได้ผลค่ะ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

          การใช้เครื่องช่วยหายใจ และหน้ากากขณะนอนหลับ จะใช้วิธีนี้ในช่วงระหว่างรอการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดใหม่ๆ เพราะยังมีการบวมของทางเดินหายใจส่วนบนอยู่

          การลดน้ำหนัก ใช้สำหรับกรณีเด็กอ้วน หลังการรักษาอาการนอนกรนแล้วจะสามารถกลับมาเป็นอีกได้ค่ะ แม้กระทั่งคนไข้ที่ตัดต่อมอะดีนอยด์และทอนซิลไปแล้วก็ตาม (โดยเฉพาะในเด็กเล็ก) ซึ่งมักจะพบหลังผ่าตัดแล้ว 2-5 ปี เด็กอาจจะเป็นซ้ำอีกได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตลูกว่ามีอาการนอนกรนอีกหรือไม่

          ดังนั้นหลังจากการผ่าตัดใหม่ๆ จึงต้องตรวจเช็กอยู่เสมอ

          ขณะที่เด็กนอนกรน ควรจัดให้นอนตะแคง จะทำให้สิ้นไม่ไปอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือคุณแม่อาจใช้วิธีนำลูกเทนนิสใส่ถุงเย็บติดกับชุดนอน จะทำให้นอนหงายไม่สะดวกจนต้องเปลี่ยนท่านอนเองค่ะ

          นอนกรน ป้องกันได้หรือไม่

          ป้องกันได้ในบางสาเหตุ เช่น ในเด็กที่มีต่อมอะดีนอยด์หรือต่อมทอนซิลโตผิดปกติ โดยพ่อแม่ควรให้ลูกหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่อสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ ควันบุหรี่ ฝุ่นละออง ซากแมงสาบ สัตว์เลี้ยง ควรหมั่นดูแลทำความสะอาดที่นอน ปลอกหมอนและผ้าห่มบ่อยๆ ค่ะ

          เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่กักเก็บฝุ่นละอองและไรฝุ่น เพื่อป้องกันลูกมีอาการภูมิแพ้หรือในเด็กที่มีปัญหาเรื่องความอ้วนก็ป้องกันด้วยการควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้ทานอาหารที่ให้พลังงานมากเกินไป และควรพาลูกไปออกกำลังกายด้วยค่ะ
ส่วนในสาเหตุที่ป้องกันไม่ได้คือ เด็กที่มีโครงกะโหลกศีรษะและกระดูกหน้าแคบผิดปกติ

          คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยต่ออาการกรนของลูกนะคะ ควรหมั่นสังเกตการนอนหรือพฤติกรรมของลูก หากลูกมีอาการนอนกรนที่ผิดปกติ ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการรักษาโดยด่วนค่ะ

นำข้อมูลมาจาก www.kapook.com

 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 3 จาก 8

Our Store

แผ่นรองคลาน เสื่อรองคลาน ของเล่นสำหรับเด็กวัยคลาน โมบายสำหรับเด็ก โมบายผ้า โมบายใส่ถ่าน ดรีมไลท์ กล่อมเด็กนอน เพลยิมเด็ก เพลยิมผ้าสำหรับเด็ก ของใช้เด็ก สนับเข่า เป้จูงเด็ก ของเล่นเด็กเขย่ามีเสียง ตุ๊กตาสวมนิ้วมือ พัดลมติดรถเข็น ตุ๊กตายางบีบ ห่วงเป็ด แมวพูดได้ หนังสือลอยน้ำ หนังสือเด็กแรกเกิด-3 ปี บัตรภาพคำศัพท์ A-Z บัตรภาพ ก-ฮ บัตรภาพต่างๆ เก้าอี้เด็ก2 in1 เก้าอี้เด็ก3 in1 เก้าอี้กระโดด เก้าอี้วงกลมEntertainer โต๊ะกิจกรรม โต๊ะตักทราย โต๊ะสนามเด็ก ฝารองนั่งชักโครก รถขาไถ รถผลักเดิน รถขาถีบ รถดุ๊กดิ๊ก รถแม็คโคร รถชนถอย พวงมาลัยหัดขับ เพนกวินไต่ราว รถก่อสร้าง รถวิทยุบังคับ รถของเล่นเด็ก ฆ้อนทุบตุ๊กตา ออร์แกนกระดานน้ำ ออร์แกนต่างๆ กลอง ระนาด กีต้าร์ ไมโครโฟนเด็ก โทรศัพท์ อิเล็คทรอนิกส์ คีย์บอร์ดของเล่นเด็ก สระเป่าลม สระน้ำสำหรับเด็ก สระขอบตั้ง คอกเป่าลม บ้านเป่าลม สไลเดอร์แป้นบาส สไลเดอร์เป่าลม ที่ปั้มลม ปั้มลมไฟฟ้า เสื้อชูชีพ ปลอกแขน ห่วงยางสอดขาเด็ก ห่วงยาง ของเล่นเป่าลม อุปกรณ์ว่ายน้ำ ตุ๊กตาล้มลุกเป่าลม ของเล่นเป่าลมอื่นๆ ของเล่นไม้แบบต่อ แบบหยอด กล่องคำศัพท์ลูกคิดไม้ ไม้ร้อยเชือก บ้านไม้หยอดตัวเลข รูปทรง ฯลฯ ลูกบอลหลากสี 100 ลูก เต๊นท์ไปรษณีย์ เต๊นท์รถบัส 2 ตอน เต๊นท์ป๊อปอัพ เต๊นท์บ้านบอล เต๊นท์อื่นๆ ตัวต่อ บล็อกตัวต่อ ตัวต่อภาษาไทย ตัวต่อภาษาอังกฤษ บล็อกหยอด แบบรถ บ้าน นาฬิกา ชุดทำครัวสีฟ้า/สีชมพู โต๊ะแต่งหน้าเจ้าหญิง ขนมเค้ก แคชเชียร์ อิเล็คทรอนิกส์ ชุดแต่งหน้าตุ๊กตา รถเข็นซุปเปอร์ ของเล่นสำหรับเด็กผ โต๊ะเลี้ยงน้อง โต๊ะคุณหมอพร้อมอุปกรณ์ ชุดอุปกรณ์คุณหมอ ชุดเสื้อกาวน์คุณหมอ ชุดเสื้ออาชีพอื่นๆ ของเล่นได้ทั้งผู้หญิง&ผู้ชาย ชุดตกปลา ชุดช่าง ชุดแป้งโด นวมต่อยมวย ห่วงบาส แป้นบาส เตะบอล ปาเป้า วิทยุสื่อสาร ปินฉีดฟอง Speed Cup ไข่จับฉลาก เกมส์เศรษฐี/บิงโก/ขโมยกระดูกสุนัข/จิ๊กซอจับคู่ภาพ/เกมส์ตัวเลข/เกมส์ชั่งน้ำหนัก/ เกมส์จัดรูปทรง/ เกมส์วัดระยะ/ Scrabble/ ทะลายกำ กระดาน(ไวท์บอร์ด), กระดานแม็คเน็ต, แม็คเน็ต ABC, E-Book, กระดานสอนภาษา, แผ่นเรียนรู้, แท็บเล็ต, โน๊ตบุ๊ค โมเดลชุดผัก, ชุดผลไม้, ชุดสัตว์บก,ชุดสัตว์น้ำ, ชุดสัตว์เลื้อยคลาน, เกมส์ร้อยเชือก ของเล่นร้อยเชือก สื่อการสอนเด็กๆ ม้าเด้งดิ๋ง บอลเด้งดิ๋ง ม้า/ช้าง/ยีราฟโยกเยก สินค้าที่ไม่มีในสต็อกค่ะ

รายการสินค้าทั้งหมด


ค้นหาแบบละเอียด





ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ?
ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน

Currency Selector


Who's Online

เรามี 51 บุคคลทั่วไป ออนไลน์